จันทร์. เม.ย. 22nd, 2024

    ฝึกคิดบวก จิตวิทยาด้านการสร้างความสำเร็จ ให้กับชีวิต

    ฝึกคิดบวก

    ฝึกคิดบวก วิธีคิดที่ช่วยให้ชีวิตของคุณ สามารถเปลี่ยนได้

    ฝึกคิดบวก

    ฝึกคิดบวก เมื่อคุณเจอปัญหารุมเล้า คุณจะสมองตัน และพยายามที่จะหาทางออก แต่จะเริ่มต้นจากอะไร มีวิธีอย่างไร ตรงไหนก่อนถึงจะแก้ปัญา และหาทางออกได้อย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์มากที่สุด ทางด้านความคิดของเรา เพราะคนเรานั้นไม่เคยมองโลก ในความเป็นจริงกันสักเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่คนเราจะมองโลกไปในทิศทาง ที่เราอยากจะให้มันเป็นไป และการที่มองโลกในแบบที่อยากจะให้เป็น บางครั้งก็เป็นทางด้าน Positive บางครั้งก็ Negative แล้วแต่คน

    บางคนมีความสามารถที่เก่งมากเลย ในการที่คิดแต่เรื่องร้าย ๆ ให้ตัวเอง ยกตัวอย่างสำหรับคนที่คิดลบ บางทีตัวเองทำอะไรพลาดครั้งนึง คนที่คิดลบจะมีความคิดว่าทั้งชีวิต ตัวเองล้มเหลวมาก หรืออาจจะผิดหวังจากความรัก ที่คนปฎิเสธสักคน คุณก็จะตีความไปเองแล้วว่า… ฉันนี่เป็นคนที่แย่มาก ไม่มีใครเอา!! เป็นคนที่ชอบมโนไปเอง แต่จะมโนในทางที่ร้ายกับตัวเอง หรือชอบทำให้ตัวเองเจ็บปวด กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นเอง

    มีรายงานวิจัยจากนักจิตวิทยายืนยันว่า กลุ่มคนที่มีความสามารถคิดลบนั่น  ย่อมมีความเสี่ยงมีแนวโน้ม เป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวลได้มากกว่า มาเข้าประเด็นเลยแล้วกันนะคะ สิ่งที่อยากจะให้ทุกคนเริ่มฝึก คือฝึกทักษะการคิดบวก ถ้าเราฝึกจะทำให้เรามีพลังดึงดูดแต่สิ่งดี ๆ เรื่องราวดี ๆ ได้

    จะเริ่มคิดบวกอย่างไร มีวิธีการอย่างไรบ้าง

    ในภาวะที่คุณเจอปัญหา ยิ่งในยุคโควิด-19 ระบาดอยู่นี้ เชื่อว่าหลายคนต้องเครียด และรู้สึกกังวล ทำให้เกิดความสุขลดน้อยลง โรคซึมเศร้าก็อาจตามมา ทำให้การดำรงชีวิตดูยากเย็นไปหมด แต่อย่างไรก็ตามเราเลยต้องฝึกคิด ให้มีพลังบวก เพื่อเสริมจิตใจให้แข็งแรง ด้วยแนวคิดต่าง ๆ ดังนี้

    1. ติดตามข่าวสารโควิด-19 เท่าที่จำเป็น – โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ มักจะมีข่าวปลอมแชร์กันเยอะมาก ถ้าเราเชื่อ หรือเสพข่าวพวกนี้เป็นประจำ จะมีผลต่อพฤติกรรม และสุขภาพของเราได้ เช่น อาจทำให้เป็นโรค “ไฮโปคอนดริเอซิส – โรคคิดไปเองว่าป่วย” และ “โรคกลัวที่ชุมชน – Agoraphobia”

    2. หมั่นดูแลตนเองให้ห่างไกลโควิด – ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงไม่ออกไปในสถานที่เสี่ยงติดโควิด เช่น สถานบันเทิง สถานที่มีผู้คนแออัด เป็นต้น เมื่อเราดูแลตนเองดี ก็จะช่วยลดความวิตกกังวลไปได้มาก ทำให้จิตใจสบาย ไม่เครียด

    3. ลองกินแตงโม ดูสิ! – สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะนำประชาชนให้รับประทานแตงโม เพื่อช่วยลดความเครียดในช่วงโควิด เพราะวิจัยพบว่า แตงโมอุดมด้วยสารโพแทสเซียม ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี และเย็นชื่นใจ

    4. ส่งต่อข้อความเชิงบวก – อาจจะส่งต่อแคปชั่นเชิงบวก วิธีคิดบวก หรือแม้แต่เรื่องตลกขบขัน ความน่ารักของสัตว์โลก ก็จะช่วยสร้างเสียงหัวเราะ ลดความเครียดได้เป็นอย่างดี

    ฝึกคิดบวก การเริ่มต้นสู่การคิดบวก

    การคิดบวกไม่ได้หมายความว่า คุณเพิกเฉยต่อความเครียดในชีวิต แต่เป็นวิธีการที่ช่วยให้คุณ ได้เข้าใกล้ความยากลำบาก ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการสร้างวิสัยทัศน์ในแง่ดี นอกจากจะช่วยให้เราหลุดพ้น จากความเครียดที่ ส่งผลต่อสภาพจิตใจแล้ว ยังช่วยคงไว้ ซึ่งความสัมพันธ์ระ หว่างบุคคลเอาไว้ได้ แม้ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ ที่ไม่ดีอยู่ก็ตาม แถมช่วยให้คุณ เข้าสังคม ได้ง่ายขึ้นด้วย

    ซึ่งการคิดบวกนั้น คุณสามารถสร้างมันขึ้นมา ได้ด้วยตัวเอง แม้ว่าคุณจะเคยผ่านเหตุการณ์ ฝังใจที่ทำให้มองมันเป็นเรื่องร้ายตลอด ก็สามารถเปลี่ยนแปลงมันเป็นพลัง ฝึกคิดบวก ด้วยการปรับมุมมองของตนเอง ต่อเหตุการณ์นั้นได้ ซึ่งเมื่อคุณสามารถ ใช้การสร้างความคิดด้านบวก ให้กับตนเองได้ ก็สามารถแชร์มันต่อให้กับเพื่อน หรือคนใกล้ตัว เพื่อช่วยฉุดให้พวกเขา ได้ขึ้นมาจากบ่อแห่งความคิดในด้านลบได้

    ประโยคเหล่านี้บ่งบอกถึงการมองโลก หรือ ทัศนคติของคุณ

    เมื่อพูดถึงทัศนคติการมองโลก ของแต่ละบุคคล มักจะมีเรื่องการมองโลกในแง่ดี และมองโลกในแง่ร้ายอยู่เสมอ  การคิดบวกในสถานการณ์ ที่ส่งผลดีกับเรา เป็นเรื่องที่ทำได้อย่างง่ายดาย แต่ในบทความนี้ จะเน้นถึงการคิดบวกในสถานการณ์ที่ ยากลำบากและไม่ได้ส่งผลดีกับคุณเลย

    ทุกครั้งที่มีการคิดบวก และการคิดลบเกิดขึ้น ในแต่ละสถานการณ์ ทุกความคิดส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และ พฤติกรรมของเรา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อตกอยู่ในสภาวะที่มีความกดดัน หรือมีความเครียดสูง จะทำให้เราแสดงปฏิกิริยา กับสิ่งรอบตัวได้แตกต่างกันออกไป

    ถ้าคุณคิดว่า คุณเป็นคนที่คิดลบ ไปกับทุกเรื่อง และไม่มีทางที่จะเปลี่ยนทัศนคติเหล่านี้ได้ คุณจะต้องคิดใหม่แล้วล่ะ ฝึกคิดบวก เพราะมีการวิจัยมาแล้วว่า ทุกคนสามารถคิดบวกได้ แม้ตกอยู่ในสภาวะล้มเหลวก็ตาม แต่ก็อาจจะยัง ไม่สามารถทำได้ทันที โดยทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับ การฝึกฝนทั้งด้านอารมณ์ และความคิดของแต่ละคน

    6 วิธีคิดบวกเพื่อสร้างพลังบวกให้กับตัวเรา

    ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์หลายคน ต่างก็ให้ความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่าการคิดบวกนั้นสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่คุณลองปรับมุมมองในการคิดกับ 6 วิธีฝึกคิดบวก และนำมาปรับใช้ในชีวิตของคุณ

    1. การฝึกสมาธิจะทำให้มีสติเมื่อพบปัญหา

    การคิดบวกเริ่มต้นได้จากการรับมือและจัดการกับอารมณ์ของคุณเอง ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ที่อาจทำให้อารมณ์คุณเสียบ่อยๆ หรือสร้างแปรปรวนทางอารมณ์จนขาดสติ ก็จะทำให้เกิดพลังงานลบ และอารมณ์ของคุณขุ่นมัวไป รวมถึงขาดการไตร่ตรองที่ดีไปจนทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้

    แต่ถ้าหากคุณมีสติและฝึกสมาธิในการควบคุมตัวเองได้ จะทำให้คุณใจเย็นมากขึ้น เมื่อพบกับปัญหาที่คาดไม่ถึงคุณจะสามารถตั้งสติได้เร็ว ช่วยให้สามารถเอาชนะปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้ด้วยสติ

    2. สวมเลนส์บวกให้กับตนเอง

    ในข​ณะที่คุณกำลังพบปัญหาที่เข้ามาหรือสิ่งต่างๆ ที่สร้างความรู้สึกด้านลบ จนคุณไม่สามารถหาวิธีคิดบวกให้กับตนเองได้ ลองเปลี่ยนวิธีการมองมันใหม่ด้วยการสวมเลนส์บวกให้กับตนเอง

    เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีสองด้านเสมอ และไม่ได้เกิดขึ้นจากมุมมองเพียงด้านเดียว ในเรื่องดีก็อาจมีเรื่องร้ายแฝงอยู่ และในทางกลับกันเรื่องร้ายก็จะมีเรื่องราวที่ดีๆ แฝงอยู่เช่นเดียวกัน อยู่ที่ว่าเราจะเลือกมองจากมุมมองไหนนั่นเอง

    เช่น ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่คุณวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะได้พาครอบครัวออกไปเที่ยว แต่กลับมีฝนพายุอย่างหนัก แถมยังมีรถติดบนถนนหลายสายจนทำให้คุณรู้สึกเสียดายที่พลาดโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว

    ซึ่งในเหตุการณ์นี้ลองสวมเลนส์บวกให้กับความคิดของคุณ และลองมองข้ามความโกรธเหล่านั้นไป คุณจะพบว่าการอยู่บ้านกับครอบครัวในวันนั้นก็ทำให้มีโอกาสได้ทำกิจกรรมในบ้านร่วมกันที่แตกต่างออกไปได้ เมื่อมีการสวมเลนส์บวกให้กับตัวเองบ่อยๆ คุณจะพบว่ามันจะสร้างกรอบความคิดบวกให้คุณได้อย่างอัตโนมัติและสามารถมองโลกในแง่ดีได้รวดเร็วมากขึ้น

    3. อย่าด่วนตัดสินใจถ้ายังคิดอย่างไม่ถี่ถ้วน

    บ่อของการเกิดความคิดที่ลบ เนื่องจากสิ่งที่คุณคิดหรือสิ่งที่คุณเห็น อาจเป็นข้อมูลด้านเดียวที่มีอยู่ และยิ่งมีเรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ก็จะทำให้คุณอาจพลั้งเผลอตัดสินใจในสิ่งท่ีผิดพลาดได้

    ซึ่งการคิดให้เป็นกลางเอาไว้ก่อนจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหาด้านอารมณ์ได้ โดยก่อนที่จะตัดสินในเรื่องอะไรควรพิจารณาจากมูลเหตุรอบตัวให้ครบก่อน และไม่ควรปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ

    เช่น หากคุณเป็นหัวหน้างานที่คนในทีมมีปัญหากัน อย่าเพิ่งเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงเพราะเรื่องแรกที่ได้ยินมาก่อน นั่นจะทำให้คุณคิดลบกับอีกฝั่งหนึ่งไป แต่ควรทำการพูดคุยกับทุกคนให้ครบ และหาวิธีแก้ปัญหาอย่างละมุนละม่อม เพราะการแก้ปัญหาด้วยอารณ์หรือเอนเอียงไปที่ฝ่ายผ่ายหนึ่ง จะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลายมากขึ้น

    4. การเปรียบเทียบจะสร้างพลังงานลบให้กับคุณ

    การที่คุณเอาสิ่งต่างๆ มาเปรียบเทียบอาจ เป็นแหล่งเกิดความคิดด้านลบ เสียกำลังใจ และอาจทำให้เกิดความไม่พอใจ ซึ่งการเปรียบเทียบนี้เป็นนิสัยที่อาจติดตัวของคุณมานาน เห็นเรื่องต่างๆ รอบตัวก็นำมาเปรียบเทียบสร้างความกดดันภายในใจของตนเอง จะเป็นบ่อเกิดของพลังลบ จึงควรมองผ่านหรือคิดว่าเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้น ไม่นำมาเปรียบเทียบสร้างความทุกข์ใจให้ตัวเอง หรือให้มองแต่สิ่งดีที่เกิดขึ้นกับเรื่องเหล่านั้นก็พอ

    เช่น หากคุณมีเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยมาพร้อมกัน จบแล้วสามารถมีงานทำได้เงินเดือนหลายหมื่นต่อเดือน สุดสัปดาห์ไปสังสรรค์ สามารถลาพักร้อนไปต่างประเทศได้ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตัวคุณเองที่ทำงานตลอดเวลา ไม่มีเวลาว่าง และเงินที่ได้อาจน้อยกว่าเพื่อน

    คุณควรที่จะนำพลังด้านลบนี้ออกไป แล้วนำมาเป็นแรงผลักดันให้เป็นพลังงานบวก ด้วยการดึงศักยภาพหรือความสามารถที่คุณมีอยู่แล้วนั้นมาใช้กับการทำงาน หรือถ้าคุณยังมองว่าคุณยังไม่เก่งพอก็ใช้แรงผลักดันนี้ในการหมั่นฝึกฝน เรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงานที่จะส่งผลให้คุณได้เลื่อนตำแหน่ง ขึ้นเงินเดือน หรือนำไปเจรจาต่อรองเพื่อสมัครงานในที่ใหม่

    5. พาตัวคุณเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี

    หนึ่งในการสร้างพลังงานบวกให้คุณได้ มองโลกในแง่บวก ได้ดี นั่นคือการนำตัวคุณไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี กับคนที่คุณอยู่ด้วยแล้วสบายใจอย่าง กลุ่มเพื่อนสนิท หรือครอบครัวของคุณ

    สิ่งแวดล้อมเหล่านี้จะช่วยให้คุณสบายใจมากขึ้น และหล่อหลอมให้ความคิดเริ่มต้น ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนสร้างพลังงานบวกให้กับคุณได้

    ดังนั้นการที่มีเพื่อนหรือครอบครัวอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะเป็นหนึ่งขุมพลังบวกที่ช่วยดึงคุณออกมาจากสภาวะที่มีความคิดลบได้ ซึ่งหากคุณอยู่แต่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่พลังด้านลบนั้น ก็ยากที่จะฝึกให้ตัวคุณนั้นเป็นคนที่สามารถคิดด้านบวกได้เพียงลำพัง

    6. หัดเป็นคนยืดหยุ่น

    การที่คุณไม่ยืดหยุ่นต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้ามานั้นอาจทำให้คุณโมโหง่าย อารมณ์ร้าย ทำให้คิดแต่ด้านลบ หากลองปรับทัศนคติพื้นฐานเหล่านี้ใหม่ ก็จะช่วยให้คุณเป็นคนคิดบวกได้ง่ายขึ้น ด้วยการเปิดใจและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เข้ามา หรือสภาพแวดล้อมต่างๆ ว่าสิ่งที่เข้ามานั้นอาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติ หรือเป็นเรื่องที่คุณอาจจะต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติม

    โดยการที่คุณเป็นคนที่ยืดหยุ่นนี้ สามารถเป็นเส้นทางในการให้คุณ ประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย ซึ่งสามารถเริ่มได้ดังนี้

    • มองหาความสะดวกสบายจากสิ่งที่มีอยู่รอบตัวคุณ จากที่คุณจะคาดหวังสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นตามที่คุณคิดนั้น ลองเปลี่ยนความคิดเป็น สิ่งที่อยู่รอบตัวคุณนั้นสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง หรือว่าจะเป็นอย่างไรได้บ้าง เพราะการคิดที่ไม่ได้เกิดจากความคาดหวังก็จะเป็นผลดีต่อตัวคุณมากยิ่งกว่า
    • รู้จักปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เข้ามา หนึ่งในข้อที่สำคัญคือรู้จักปรับตัวต่อสิ่งที่เข้ามา คนที่มีความยืดหยุ่นมากก็จะสามารถปรับตัวเข้าไปกับทุกสถานการณ์ได้ง่าย ไม่ว่าจะมีสิ่งใดที่เข้ามาก็พร้อมปรับตัวให้เข้าได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
    • คิดไว้เสมอว่าทุกอย่างสามารถควบคุมได้ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ หรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้รอบตัว คนที่ยืดหยุ่นได้นั้นจะไม่มีความตะหนก จะเป็นคนที่ใจเย็น ค่อยๆ มองหาทางออก และจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มีเพื่อนำไปแก้ปัญหาสู่ทางออกที่ดีที่สุด

     

    อ่านต่อ>>กฏจักรวาล 15 ข้อ

    แทงหวยให้ถูก