อาทิตย์. มิ.ย. 23rd, 2024

    เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข คำคมสร้าง “กำลังใจ” ในวันที่คุณท้อแท้และสิ้นหวัง!

    เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข

    เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข เพื่อเป็นการสร้าง “กำลังใจ” ให้กับตัวเราเอง

    เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข บางช่วงเวลาในชีวิต ควรจะมีสักหนึ่งครั้ง ที่เรารู้สึกต้องการจะเลิกล้มทุกอย่าง และก็ลืมมันไปให้หมด บางโอกาสพวกเราก็รู้สึกอ่อนเพลีย ห่อเหี่ยวแล้วก็คับข้องใจ กับเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลก จนถึงรู้สึกต้องการจะหายไป เสียให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ว่าใครก็จำเป็นต้องเคยรู้สึกอย่างงี้ ร่วมกันทั้งหมด ควรปลดปล่อยให้ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึกเหล่านี้แล่นผ่านตัวเราไป แม้กระนั้นอย่าจมอยู่กับมัน ถึงแม้ว่าการยอมจะยั่วยวนใจขนาดไหน แม้กระนั้น คุณก็ควรจะพยายามมองดูในด้านดี และก็ดึงตนเองให้ลุกขึ้นยืนมาอีกครั้งเสมอ

    และเมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณรู้สึกไม่ไหวจริง ๆ ลองหาทางเรียก ‘กำลังใจ’ ของคุณกลับคืนมา คำคมเหล่านี้ดู เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน

    จำไว้ว่า บางครั้งการไม่ได้มาซึ่งสิ่งปรารถนา ก็คือโชคที่หาได้ยากยิ่ง

    บางที แทนที่มนุษย์เราจะได้มาซึ่งสิ่งที่ “อยาก” ก็มักจะได้สิ่งที่ “ต้อง” มาอย่างเสียไม่ได้ จดจำไว้ว่าจักรวาลชอบให้ ในสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแก่พวกเราเสมอ ฉะนั้นเมื่อใดก็ตาม ที่คุณไม่ได้รับในสิ่งที่คิดว่าตนเองอยากได้ ซึ่งก็กล่าวได้ว่าคุณกำลังจะได้ สิ่งที่ดีมากยิ่งกว่ามาแทน

    ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งตระหนักว่า ไม่มีใครรู้หรอกว่าเรากำลังทำอะไร คนอื่นเพียงแสร้งทำเป็นว่ารู้เท่านั้นเอง

    อย่าเอาจริงเอาจัง กับตนเองจนเกินไปนัก แม้ว่าจะทำผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน จนทำให้มีความรู้สึกหลงทาง คุณก็จะไม่ใช่ผู้เดียว ที่เป็นอย่างงั้นแน่ ๆ พวกเราแค่เพียงต้องตัดสินใจ ให้ดีเยี่ยมที่สุดในชั่วขณะนั้น และก็อุตสาหะอย่ายึดติด อยู่กับเนื้อหานิด ๆ หน่อย ๆ ยิ่งสามารถศึกษาที่จะปล่อยตัวปล่อยใจเอง ให้ไหลไปตามสถานการณ์ได้ดีเท่าไร คุณก็จะยิ่งเป็นสุขมากยิ่งขึ้นเพียงแค่นั้น เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข

    ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ว่าคุณจะทำอะไรมา และไม่ว่าคุณจะมาจากที่ไหน คุณย่อมสามารถกลายเป็นคุณในแบบที่ดีกว่าเดิมได้เสมอ

    อย่ายอมรับในความธรรมดาสามัญ โดยเฉพาะในตัวของคุณเอง คุณอาจจะกำลังผ่าน ช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่อย่ายอมให้ตัวเองหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เวลาที่อยากยอมแพ้นี่แหละ คือจุดที่จะผลักดัน ให้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง ได้อย่างทรงพลังที่สุด เพราะบางครั้งกว่าที่จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต หรือสามารถเรียกแรงบันดาลใจ กลับคืนมาก่อนจะก้าวต่อไปได้ เราอาจต้องสูญเสีย ทุกสิ่งทุกอย่างไป รวมถึงตัวเองเช่นกัน

    อย่ายอมให้สิ่งเก่าๆ มาทำร้ายจิตใจคุณอีกต่อไป ชีวิตคนเรานั้นสั้นเกินกว่าจะใช้ชีวิตแบบนั้นได้

    ถ้าหากมีความคิดว่ามีสิ่งใด ในชีวิตที่ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ต้องถอยตัวออกให้ห่าง หรือไม่ก็เพียรพยายามเปลี่ยนแปลงมันแทน การครุ่นคิดถึงสิ่งเดิม ๆ ซ้ำซากจำเจ มีแต่ว่าจะสร้างความเครียด โดยไม่จำเป็นเพียงแค่นั้น เมื่อใดก็ตามที่หดหู่ ให้มองหาสิ่งที่คุณสามารถเอาออกไปจากชีวิต ได้เป็นลำดับแรก ต่อจากนั้น เมื่อคุณสามารถทอดทิ้งสิ่งห่วยแตก ๆ ออกไปได้ คุณจะได้เจอวิถีทางใหม่ สำหรับเพื่อการก้าวเดินต่อไป

    อันที่จริงฉันต้องขอบคุณอย่างสุดซึ้งเลยล่ะ เวลาที่มีสิ่งใดไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันหวังไว้

    ไม่ใช่ทุกอย่าง ที่จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่มันก็ยังเกิดประโยชน์ต่อคุณนะ ถ้าเลือกที่จะมองสิ่งที่ดี ๆ ที่ได้สัมผัสมา เมื่อใดที่คุณรู้สึกหมดแรง จงหันกลับไปมองว่า คุณมาได้ไกลขนาดไหนแล้ว พร้อมทั้งก้าวไปข้างหน้าต่อไปให้ได้ล่ะ

    จงบอกให้โลกได้รู้ในสิ่งที่คุณต้องการ แทนที่จะบอกสิ่งที่ไม่ได้ต้องการ

    ความรู้สึกสิ้นหวัง อาจเกิดขึ้นเนื่องจากคุณไม่เคยรู้สึกพึงพอใจ ในชีวิตที่เป็นอยู่เท่าไรนัก ให้กลับมามองแนวทาง ที่คุณพูดคุยกับตนเอง ว่ามันเป็นไปในด้านบวก หรือแง่ลบ คุณอาจเพียงแค่อยากได้การปรับเปลี่ยนความคิด และก็กระบวนการสื่อสารกับตนเอง เพื่อเผชิญกับเรื่องดี ๆ มากยิ่งขึ้นเพียงเท่านั้น ลองทบทวนตนเองดูสิ เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข

    จงใช้พลังที่คุณมีในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ไม่ใช่เพื่อบ่อนทำลาย

    มนุษย์เราสามารถใช้พลัง ที่มีในการพัฒนาตัวเอง และก็คนอื่น หรือจะใช้มันสำหรับเพื่อการทำลายก็ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นจงเลือกให้ดี เพราะว่าหนึ่งในทางเลือกนั้น จะนำคุณไปสู่ทางที่การบรรลุเป้าหมาย ที่คุณวาดฝันไว้ ในเวลาที่อีกทาง จะนำมาซึ่งความทุกข์ ความเอื่อยเฉื่อย รวมทั้งไม่มีแรงบันดาลใจ

    อย่าเสียใจกับอดีตเลย เพราะมันได้ผ่านไปแล้ว อย่ากังวลกับอนาคตเลย เพราะมันยังมาไม่ถึง จงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันแล้วทำมันให้งดงามจะดีกว่า

    เราต่างไม่สามารถควบคุมอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตได้ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราพอจะทำได้คือ ควบคุมความคิดของตัวเอง และมีหนทางเพียงหนึ่งเดียว ที่จะนำเราไปสู่ความสงบสุขไ ด้ก็คือ การอยู่ กับปัจจุบัน เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตเปลี่ยน

    การพูดถึงแต่ปัญหาของตัวเอง เป็นเสมือนการเสพติดสิ่งแย่ๆ แบบหนึ่ง จงละทิ้งนิสัยนี้ทิ้งไป แล้วเริ่มใหม่ด้วยการพูดถึงสิ่งดีๆ ในชีวิตแทนดีกว่า

    เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกต้องการยอมแพ้ ให้ทดลองสังเกตสิ่งตนเองกล่าวออก มาบ่อยมากที่สุดมอง บางเวลาตัวเรานี่แหละ เป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของตน ถ้าคุณปรารถนาที่จะสลับตัวเองใหม่ให้มองโลกในแง่ดีเพิ่มขึ้น ก็ทดลองเริ่มเอ่ยถึงสิ่งดีๆ ที่ทำให้มีความรู้สึกตื่นเต้น แล้วก็มีพลังให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆดูสิ 

    อย่ายอมแพ้กับสิ่งที่มุ่งมั่นตั้งหวังไว้ แม้การรอคอยอาจเป็นเรื่องยาก แต่การมานั่งเสียใจภายหลังกลับเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า

    สิ่งที่สำคัญคือห้ามยอมแพ้กับตัวเองเด็ดขาด เพราะท้ายที่สุดตัวคุณก็เหลือแต่ตัวเองเท่านั้น และนั่นแหละคือสิ่งสำคัญที่สุด จงไล่ตามความฝัน สรรสร้างความสุขขึ้นด้วยตัวเอง และอย่าหยุดพยายามเพื่อตนเองด้วย เส้นทางข้างหน้ามักจะดูท้าทายเสมอ แต่หากคุณไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ผลลัพธ์ที่ได้มาก็จะยิ่งใหญ่สมราคาเช่นกัน เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข

    สิ่งที่งดงามมากมายจะเกิดขึ้น เมื่อคุณได้ถอยออกมาจากความคิดในแง่ลบ

    ความนึกคิดแง่ลบ สามารถมีสาเหตุจากอะไรก็ได้ แต่ว่าส่วนใหญ่แล้ว มันชอบมาจากด้านในจิตใจ ของพวกเราทั้งหมด เมื่อคุณพยายามคิดในด้านบวก แล้วก็รักษาผู้คน ที่มีพลังบวกในชีวิตเอาไว้ เมื่อนั้นชีวิตของคุณ ก็จะพัฒนาไปในทางบวกเหมือนกัน พนันมวยผ่านเว็บ

    เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข

    เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข  วิธี ที่จะทำให้คุณเลิกเป็นคนฟุ้งซ่าน คิดมาก ขี้กังวล

    แน่นอนว่าตัวคุณเองรู้อยู่แล้ว ว่าการใช้เวลาเป็นชั่วโมง เพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกรับประทานอะไรดี ในมื้อเที่ยงตรงของวันนี้ เกิดเรื่องไร้เหตุผล เหมือนกับการใช้เวลานับอาทิตย์ เพื่อตกลงใจว่าจะรับข้อเสนองานชิ้นนี้ดีไหม? หรือใช้เวลาเป็นปี เพื่อมีความรู้สึกว่าจะสมรสกับแฟนคนนี้ดีรึเปล่า?

    คุณอาจจะรู้สึกว่า พอใช้ได้แล้ว น่าตกลงใจซะหนเถิด  แต่ว่าพอเพียงผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่นาที ความลังเลแล้วก็ความวิตกกังวล ก็เริ่มรุกรานเข้ามาเรื่อย แม้ว่าคุณจะพยายามสร้างภูมิต้านทาน กับความรู้สึกพวกนี้บ้างแล้วหลัง จากนั้นก็ตาม วิธีเปลี่ยนความคิดตัวเอง

    สังเกตความคิดของตัวเอง

    ส่วนสำคัญที่สุดของการทำสมาธิคือ การปล่อยให้ความคิดของคุณลอยผ่านไป แทนที่จะไปยึดติดอยู่กับมันหรือพยายามที่จะหยุดคิดมัน

    การฝึกสมาธิแบบเจริญสติ (Mindfulness Meditation) เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณ หยุดหมกมุ่นกับเรื่องในอดีตได้ โดยให้คุณลองสังเกตการณ์ความคิดของตัวเอง แทนที่จะลงไปหมกมุ่นอยู่กับมัน เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข

    สตีฟ จอบส์ เองก็เคยอธิบายเกี่ยวกับวิธีการเช่นเดียวกันนี้ให้ วอลเตอร์ ไอแซ็กซัน ผู้เขียนชีวประวัติของเขาฟัง ดังนี้

    “ลองนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วสังเกตความคิดของตัวเองดู คุณจะรู้เลยว่าความคิดมันไร้ขอบเขตจริง ๆ และเวลาที่คุณพยายามทำให้มันนิ่ง ก็มีแต่จะแย่ลงเท่านั้น แต่จิตใจของคุณจะสงบลงเองเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก และเมื่อจิตใจของคุณสงบแล้วมันก็จะมีที่ว่างในการรับฟังสิ่งที่ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น”

    เขียนความคิดของตัวเองลงไป

    อีกแนวทางนึง ที่สามารถจะช่วยหยุดความนึกคิดเพ้อเจ้อของคุณ ก็คือ การระบายให้กับผู้ที่มีมุมมองแนวทางคิดไม่เหมือนกันกับคุณได้ฟัง หรือจะใช้แนวทางเขียนระบายความนึกคิดของตัวลงไปในกระดาษแทนก็ได้ เพราะว่าการเขียนทำให้พวกเราคิดอย่างมีระบบมากยิ่งกว่าเดิม ถ้าหากคุณเก็บความคิดพวกนั้นไว้แม้กระนั้นในหัว นอกเหนือจากมันจะไปสุมกันกระทั่งเป็นภูเขาเลากา มันยังเป็นเหตุให้คุณวนกลับมาคิดเรื่องเดิมซ้ำอยู่แบบนั้นไม่จบสิ้น

    กำหนดช่วงเวลาสำหรับ “การหยุดใช้ความคิด แค่นี้ก็ช่วยให้เราดีขึ้น

    การกำหนดโซน “หยุดใช้ความคิด” ช่วยห้ามไม่ให้คุณหมกมุ่นกับปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป เช่น การไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องยาก ๆ หลังเวลาสองทุ่มเพื่อไม่ให้มันมารบกวนเวลานอนหลับ เปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตความสุข แบ่งบันความคิดก็มีความสุขได้

    Amy Morin ซึ่งเป็นทั้งนักสังคมสงเคราะห์และนักเขียน ได้แนะนำวิธีที่ใกล้เคียงกันไว้ในคอลัมน์หนึ่งของ Psychology Today ว่าให้แบ่งเวลาไว้ประมาณ 20 นาทีต่อวัน สำหรับการสะท้อนความคิดของตัวเอง

    “ภายในยี่สิบนาทีนี้ ปล่อยให้ตัวเองวิตกกังวล ครุ่นคิด ฟุ้งซ่านได้เต็มที่ตามต้องการ แล้วพอหมดเวลา ก็ให้เปลี่ยนไปทำสิ่งอื่นที่มีประโยชน์กว่า ถ้าคุณเริ่มคิดมากนอกช่วงเวลาที่กำหนดไว้เมื่อไหร่ ก็ให้เตือนตัวเองว่า ค่อยเอาเก็บไปคิดในช่วงเวลาที่กำหนดดีกว่า”

    เบี่ยงเบนความคิดของตัวเอง

    ฟังดูง่าย ๆ แต่ที่จริงการจดจ่อกับสองสิ่งไปพร้อมกันนี่มันยากนะ ลองออกกำลังกายหรือเล่นเกมดูเมื่อรู้ตัวว่าตนเองกำลังคิดมาก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอารมณ์และร่างกาย เคล็ดลับการเพิ่มความสุข

    ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็เห็นด้วยกับวิธีนี้ Stepher S. Ilardi ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Depression Cure กล่าวกับ Fox News ว่า วิธีแก้การคิดมากคือ ให้หากิจกรรมที่เบี่ยงเบนความสนใจของคุณ ซึ่งควรเป็น “กิจกรรมที่ใช้ทั้งร่างกาย ความคิด และการร่วมเล่นกับผู้อื่น เช่น เทนนิส หรือการเดินเที่ยวกับเพื่อนสักคน”